การบริหารทรัพยากรมนุษย์
บริษัทตระหนักว่าพนักงานทุกคนที่มีศักยภาพ ความตั้งใจ ความสามารถเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อความสำเร็จในการผลักดันดำเนินธุรกิจให้บรรลุตามเป้าหมายวิสัยทัศน์องค์กร บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นกำหนดนโยบายบริหารพนักงานเป็น “คนดี” มีทัศนคติจิตสำนึกที่ดีมีคุณธรรมต่อสังคม เป็น “คนเก่ง” มีความรู้ความสามารถ และเป็น “คนมีอนาคตที่ดี” มีความก้าวหน้าเติบโตในสายอาชีพ รวมถึงบริษัทฯ มุ่งหวังให้เป็นบริษัทแห่งการเรียนรู้เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพความสามารถและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับตำแหน่ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ภูมิใจในงานพร้อมร่วมเติบโตไปกับองค์กรอย่างยั่งยืน
โดยมีหลักการในการบริหารพนักงาน ดังนี้
1) การเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทตระหนักให้ความสำคัญในสิทธิขั้นพื้นฐานตามสิทธิมนุษยชน เสมอภาคให้ความเท่าเทียม ยอมรับความแตกต่างในความหลากหลาย ไม่จำกัดและสิทธิตามเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา สถานะทางสังคม รวมถึงความเชื่อความคิดเห็นสิทธิทางการเมือง จะเน้นเกณฑ์พิจารณาความรู้ความสามารถ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ในปี 2564 มีข้อมูลเกี่ยวกัพนักงานในปี 2564 ดังนี้
2) การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
บริษัทฯ ให้การปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับที่เป็นธรรมและเท่าเทียม กำหนดเกณฑ์การให้ค่าตอบแทนสวัสดิการให้กับพนักงานตามระดับตำแหน่ง กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบปริมาณตามหน้าที่งานอย่างเหมาะสม ปฏิบัติต่อพนักงานตามกฎระเบียบบริษัท กฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ให้ความสำคัญในการพัฒนาความรู้ความสามารถในส่วนบุคคลและพัฒนาสายอาชีพ
และกรณีพนักงานลาออก ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จะมีการ Exit interview รวบรวมข้อมูลเพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุการลาออกจากงาน ข้อคิดเห็นต่างๆ จากพนักงานที่ลาออก นำมาใช้เป็นประโยชน์เพื่อลดอัตราการลาออกพนักงานและพัฒนาเพิ่มเติมสวัสดิการให้กับพนักงาน ส่งเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรนำไปสู่ความก้าวหน้าของสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
ทั้งนี้บริษัทฯ มีการติดตามควบคุมในการลดอัตราการลาออกของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2564 อัตราการลาออกพนักงานอยู่ที่ ร้อยละ 26.37 ลดลงจากปี 2563 ท่ีมีอัตราการลาออกร้อยละ 35.59
* อัตราการออกของพนักงาน คำนวณจากจำนวนรวมของพนักงานที่ลาออกระหว่างปีหารด้วยจำนวนพนักงานเฉลี่ย
3) การพัฒนาความรู้ความสามารถศักยภาพพนักงาน
บริษัทฯ ให้การเรียนรู้และพัฒนาทักษะของพนักงานตั้งแต่วันแรกการเข้ามาร่วมงานกับบริษัท เตรียมพร้อมให้พนักงานเข้าใจเป้าหมาย วิสัยทัศน์ นโยบายต่างๆ ขององค์กร ช่วยให้พนักงานเข้าใจงาน ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้เร้วขึ้น และในส่วนของพนักงานภายในองค์กร บริษัทฯ มีนโยบายมุ่งเน้นพัฒนาอบรมความรู้ในงานที่รับผิดชอบ, ทักษะความรู้ในการทำงาน, ความคิดทัศนคติและการสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคม นอกจากการพัฒนาอบรมในปี 2565 บริษัทจะเริ่มทำแผนสืบทอดตำแหน่ง ( Succeession Plan) ของตำแหน่งที่สำคัญ
ในปี 2564 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 ต่อเนื่องนั้น บริษัทฯ ได้ปรับรูปแบบการอบรมพัฒนาผ่านระบบออนไลน์เพื่อความปลอดภัยและสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องทุกที่ มีจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อพนักงาน 18 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
โดยกำหนดหลักสูตรอบรมตามแผนการพัฒนาบุคลากรภายใน จำนวน 6 หลักสูตรหลัก ดังนี้
- ปฐมนิเทศพนักงานใหม่
- ความรู้เกี่ยวกับสินค้า ( อบรมสินค้าใหม่ต่อเนื่อง )
- เทคนิคขายและการให้บริการลูกค้า
- ทักษะการเป็นผู้นำที่ดี
- การส่งเสริมจริยธรรม ทัศนคติ คุณธรรมในการทำงาน
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล : PDPA
4) การดูแลค่าตอบแทนสวัสดิการ สุขภาพ อาชีวอนามัย ความปลอดภัยพนักงาน
บริษัทฯ ได้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ค่าจ้างเงินเดือนให้มีความสอดคล้องกับสภาพการแข่งขันของตลาดแรงงาน ประกอบกับการกำหนดการประเมินผลงานของพนักงานประจำปีทุกปี เพื่อนำผลการประเมินมาพิจารณาค่าตอบแทนได้อย่างเป็นธรรมมาใช้ในการปรับระดับงาน ปรับค่าจ้างประจำปี และให้สวัสดิการที่เหมาะสมส่งเสริมขวัญกำลังใจให้พนักงานให้มีความสุข มีสวัสดิการที่ส่งเสริมพนักงานมีคุณภาพชีวืตที่ดี จัดหาอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และดูแลสุขภาพอนามัยการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย
โดยบริษัทจัดให้มีสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายแรงงานกำหนด ดังนี้
- เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- การประกันชีวิตและสุขภาพ
- การซื้อสินค้าบริษัทราคาพิเศษสำหรับพนักงาน
- การ์ดและของขวัญอวยพรวันเกิดพนักงาน
โดยในปี 2564 ตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิค-19 บริษัทให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพความปลอดภัยของพนักงาน ได้จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากอนามัย และมีการตรวจหาเชื้อ ด้วยชุดตรวจ ATK ให้กับพนักงานอย่างต่อเเนื่อง รวมถึงการดูแลประสานงานให้พนักงานได้รับฉีดวัคซีนป้องกันโควิค ณ สิ้นปี 2564 พนักงานบริษัททุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิค ร้อยละ 100
และเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการมาปฏิบัติงานในพื้นที่สำนักงาน และการเดินทางมาทำงาน จึงมีนโยบายให้พนักงานประจำสำนักงาน เปลี่ยนเป็น การทำงานจากที่บ้าน Work From Home : WFH เน้นทำงานแบบออนไลน์ จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะลดลงมีความมั่นใจในความปลอดภัย จึงจะกลับมาปฏิบัติงานในพื้นที่สำนักงานเช่นเดิม และในปี 2564 ไม่พบกรณีการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน