การจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก
แม้ว่าลักษณะธุรกิจของบริษัทจะไม่สร้างผลกระทบโดยตรงที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับโรงงานอุตสาหกรรม และธุรกิจบางประเภท แต่บริษัทตระหนักดีว่าบางกิจกรรมในสำนักงาน เช่น การใช้ไฟฟ้าในสำนักงาน หรือการใช้วัสดุสำนักงานอย่างฟุ่มเฟือยก็มีส่วนทำให้ก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการลดผลกระทบดังกล่าว โดยเริ่มจากการประชาสัมพันธ์และอบรมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อที่จะได้ร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด
ปัจจุบับบริษัทยังไม่ได้ดำเนินการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร(Carbon Footprint for Organization:CFO) เพื่อวัดผลลัพธ์อย่างเป็นทางการเนื่องด้วยข้อจำกัดของข้อมูลด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า เนื่องจากสถานที่ตั้งสำนักงานของบริษัทอยู่ในรูปสำนักงานเช่าที่การบริหารจัดการไฟฟ้าดำเนินการโดยผู้ให้เช่าจึงไม่มีข้อมูลที่จะใช้คำนวณเพื่อวัดผลได้ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ในระหว่างพิจารณาศึกษา เก็บข้อมูลในด้านอื่นๆ เพื่อกำหนดเป้าหมาย แนวทาง และกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเปิดเผยการดำเนินการให้ทราบต่อไป
ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
แม้ว่าลักษณะธุรกิจของบริษัทจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อส่ิงแวดล้อม หรือก่อให้เกิดมลภาวะอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับธุรกิจบางประเภท แต่บริษัทก็ได้ให้ความสําคัญ และใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยการรณรงค์และปลูกฝังในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1) การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
บริษัทมีการรณรงค์ให้พนักงานใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน และสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติในการประหยัดไฟ และมีการตรวจเช็คบำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
2) การจัดการขยะ
บริษัทมีการประชาสัมพันธ์ให้พนักงานรู้จักการแยกขยะที่ถูกต้อง เพื่อลดปริมาณขยะ ทำให้มีการจัดการขยะแต่ละประเภทได้ถูกต้อง และเกิดการใช้ซ้ำ เช่น การหมุนเวียนใช้กล่องบรรจุภัณท์ หรือซองเอกสารในองค์กร เป็นต้น บริษัทจัดให้มีถังขยะแยกตามประเภทของขยะ 3 ประเภท คือ (1) ขยะทั่วไป เช่น เศษอาหาร เป็นต้น (2) ขยะรีไซเคิล เช่น ขยะพลาสติก และขยะกระดาษ เป็นต้น (3) ขยะอันตราย เช่น หน้ากากอนามัย อุปกรณ์กราตรวจเช้ือไวรัสโคโรน่า เป็นต้น โดยติดป้ายกํากับไว้ที่ถังขยะอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปลูกฝังให้พนักงานมีความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากการจัดการขยะไม่่เพียงแค่ที่บริษัท แต่รวมถึงการจัดการในครอบครัวของพนักงานเองด้วย
3) โครงการสร้างจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากร
จากการรณรงค์ในการจัดการขยะ บริษัทมีการรณรงค์ให้พนักงานลดปริมาณการใช้ทรัพยากร โดยการรณรงค์ให้พนักงานนำกล่องอาหาร และขวดน้ำในการซื้ออาหาร หรือเครื่องดื่ม โดยการสนับสนุนให้พนักงานสามารถซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวได้ในราคาพิเศษ การรณรงค์ให้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่า ให้มีการนำกระดาษที่ใช้แล้วหน้าเดียวและผ่านการตรวจสอบว่าไม่มีข้อมูลที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้กลับมาใช้ซ้ำ การสนับสนุนให้ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ แทนการใช้กระดาษ
4) โครงการบริจาคปฏิทินเก่าเพื่อสร้างหนังสือสำหรับผู้พิการทางสายตา
เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า บริษัทรับบริจาคปฏิทินเก่าเป็นประจำทุกปี เพื่อนำส่งไปยังสมาคมผู้พิการทางสายตาสำหรับจัดทำหนังสือสำหรับผู้พิการทางสายตา โครงการนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นยังช่วยสร้างจิตสำนึกให้พนักงานรู้จักแบ่งปันและสร้างจิดสำนึกในการรู้คุณค่าของทรัพยากร
5) แบรนด์สินค้าที่ริเริ่มการพัฒนาด้านความยั่งยืน จัดจำหน่ายโดยคอปเปอร์ไวร์ด เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นอกจากสินค้า Apple ที่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นสินค้าสีเขียว หรือสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน 100% แล้ว โคแอนยังได้เลือกสรรสินค้าเพื่อความยั่งยืนมากมายจากหลากหลายแบรนด์ อาทิ BodyGuardz, Lander, InvisibleShield, Pela Case, Tucano, LifeProof และอีกมากมาย
รายละเอียดเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของแต่ละแบรนด์มีดังนี้